วิกฤติ หรือโอกาสที่ บริษัทจากประเทศญี่ปุ่นได้รับ

ในยุคสมัยก่อน ที่ประเทศจีนจะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจในการผลิต หรือแรงงานทั่วโลกนั้น  ต้องยอมรับว่าประเทศญี่ปุ่น คือประเทศที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ว่าเป็นประเทศที่มีฐานการผลิต และส่งออกที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับภูมิภาคของทวีปเอเชีย ซึ่งด้วยการทำงานและการบริหารงานที่มีคุณภาพ จึงทำให้ประเทศญี่ปุ่นนี้เป็นประเทศที่มีการผลิตชิ้นส่วนและเป็นประเทศที่ส่งออกศูนย์กลางของโลก แต่เมื่อประเทศจีน ได้ก้าวขึ้นมาร่วมเล่นบทบาทนี้ด้วยนั้น ทำให้ระยะเวลา สิบปีหลังที่ผ่านมานี้

ประเทศจีนก้าวขึ้นมาแทนที่ของประเทศญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว ในด้านของประเทศที่มีฐานกำลังผลิตและส่งออกทุกสิ่งอย่างไปยังอุตสาหกรรมทั่วโลก กลายเป็นประเทศแม่ที่แจกจ่าย วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และอะไหล่ต่างๆ ให้กับสินค้าทุกชนิด ด้วยกำลังคนที่มีเหลือเฝือ ประกอบกับการพัฒนาที่มีฝีมือมากขึ้นพอๆ กับจำนวนคนของประเทศจีน และฐานต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้ประเทศจีนกลายเป็นประเทศที่ผูกสินค้าไปกันกับทั่วทุกมุมโลก แต่…. เมื่อมีการเกิดพิษไข้โคโรน่า หรือโควิด19 ขึ้นมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และทุกอย่างเริ่มต้นที่จีน เหมือนกับสินค้าและอะไหล่ต่างๆ

เริ่มที่จีน  ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว เพราะคนจีนมีกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก และเหมือนไข้โควิดนี้ ก็เจาะจงที่จะกำเนิดขึ้นมาในช่วงเทศกาลตรุษจีน ช่วงที่คนจีนเดินทางกลับบ้านประกอบพิธี และเมื่อเสร็จสิ้นจากการประกอบพิธี ก็กระจายกันเดินทางกลับไปยังที่ตัวเองทำงานในทั่วโลก นั่นจึงกลายเป็นว่า ทุกประเทศได้รับเชื้อโควิด19 นี้กันหมด

ประเทศจีนเป็นประเทศที่หนักสุดที่มีคนติดเชื้อนี้ ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก โรงงานฐานผลิตที่ส่งออกไปทั่วโลกต้องปิดลง จึงกระทบกับสินค้าทั่วโลกที่ต้องรอชิ้นส่วนหรืออะไหล่จากโรงงานจีน ทำให้ทุกประเทศไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ เพราะร้อยละห้าสิบของสินค้าต่างๆ ทั่วโลก ต้องพึ่งประเทศจีน นั่นจึงทำให้ทุกประเทศทั่วโลก ต่างเริ่มมองหาอะไหล่ หรือชิ้นส่วนที่กระจายกำลังผลิตจากประเทศจีน ไปสู่ประเทศอื่น เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมแบบนี้อีกในอนาคต และประเทศญี่ปุ่น อาจจะเป็นคำตอบให้กับประเทศต่างๆ นี้อีกครั้ง เหมือนสมัยก่อนที่ประเทศจีน

จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจนี้ เพราะประเทศญี่ปุ่นเองนั้น ก็มีกำลังและความสามารถไม่น้อยไปกว่าประเทศจีน เผลอๆ สินค้าหรืออะไหล่ วัตถุดิบบางตัวจะมีคุณภาพที่ดีกว่าด้วยซ้ำ ด้วยมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่นเอง แต่ที่ผ่านมาด้วยประชากรที่น้อยกว่า กำลังการผลิตที่ทั่วโลกต้องการมากๆ ในเวลาอันรวดเร็ว ประเทศญี่ปุ่นอาจทำไม่ได้เท่า แต่เมื่อทุกอย่างต้องเริ่มมองหาและกระจายกำลัง ญี่ปุ่นอาจเป็นทางเลือกอีกทางหลังจาก พิษโควิดหมดสิ้นไป

การจัดการวางแผนโครงการและตรงตามวัตถุประสงค์

การสร้างขั้นตอนต่างๆในการวางแผนงานมีหลายขั้นตอน เนื่องด้วยบริษัทที่มีลักษณะที่ค่อนข้างใหญ่และความซับซ้อนในการทำงานจึงมีความจำเป็นอย่างมากในการกำหนดสิ่งต่างๆในบริษัทไม่ว่าจะเป็นทางด้านลักษณะต่างๆการวางแผนอย่างมีขั้นมีตอน สร้างกระบวนการในการทำงานที่เหมาะสมหรือระบบในการติดตามงานที่สร้างประโยชน์ให้กับบริษัท โครงการเหล่านี้จึงสามารถทำขึ้นมาได้ตามวัตถุประสงค์ต่างๆมีขั้นตอนมากมายไม่ว่าจะเป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ในการทำงานว่าจะทำงานไปในทิศทางใดและนำทรัพยากรใดมาใช้ในงานใดบ้าง จุดประสงค์หรือขอบเขตในการทำงานก็เป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าไม่มีการกำหนดเหล่านี้ค่าใช้จ่ายต่างๆของบริษัทที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถกำหนดได้ รวมถึงระยะเวลาเงื่อนไขต่างๆในการทำงานสิ่งนี้คือสิ่งที่จำเป็นในการกำหนดทิศทางรวมถึงในบทสรุปที่ได้ผลสรุปแล้วจำเป็นจะต้องมีการประเมินงานต่างๆว่ามีความคลาดเคลื่อนในการทำงานมากน้อยขนาดไหน ในส่วนผลงานนี่เองจะต้องให้ผู้ที่รับผิดชอบโครงการในการนำเสนอและดำเนินโครงการจนจบโครงการ ระบุทิศทางต่างๆอย่างแน่นอนเพื่อให้คนทำงานไม่เกิดความสับสนในการทำงานมีการวางแผนอย่างชัดเจนการวางแผนที่ชัดเจนจะนำมาซึ่งเป้าหมาย

และการวางแผนงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในส่วนเหล่านี้จะถูกกำหนดตามหมวดต่างๆเพื่อให้ระบุงานอย่างชัดเจนและหน้าที่อย่างชัดเจน ในงานแต่งงานจำเป็นจะต้องใช้คนที่มีความเหมาะสมแต่ละด้านไม่ว่าจะเป็นความชำนาญในการทำงานในส่วนนั้นหรือประสบการณ์ที่ทำมาได้นาน การจัดโครงการหรือตำแหน่งตามความเหมาะสมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดการ ในส่วนต่อมาคือการระบุองค์ประกอบต่างๆของโครงการว่ามีสิ่งใดบ้างที่นำมาใช้ในโครงการไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของโครงการต่างๆระบุแผนขึ้นมาว่าถูกจัดทำหรือใช้ในส่วนใด

หาผู้จัดทำได้รับผิดชอบรวมถึงในส่วนของผู้ที่ปฏิบัติงานด้วย เมื่อมีการวางแผนงานแล้วจะต้องมีการควบคุมงบประมาณในการใช้งานให้ตรงไปตามเป้าหมายไม่มีการคลาดเคลื่อนรถการเคลื่อนที่สุดลดการใช้ทรัพยากรอย่างสูญเปล่ามากที่สุด เพื่อการต่อเนื่องของการทำงาน

จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบงานและความคาดเคลื่อนอยู่เสมอหากพบปัญหาตรงส่วนใดก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ในทันทีเหล่านี้เองจึงมีความสำคัญอย่างมากในการวางแผนงานเป็นขั้นเป็นตอนในการสร้างโครงการต่างๆขึ้นมา เพื่อการดำเนินงานอย่างราบรื่นและสร้างโครงสร้างที่เหมาะสมต่อการทำงานสร้างสิ่งแวดล้อมต่างๆ

ให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่วางแผนไว้ก็จะเป็นผลดีอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นทางด้านการใช้ระยะเวลาต่างๆในการทำงานรวมถึงการใช้ทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลหากมีระยะเวลาในการทำงานอาจจะทำให้สูญเสียทรัพยากรเหล่านี้เป็นจำนวนมากทำให้โครงการเหล่านี้อาจจะล้มได้หากมีระยะเวลาที่นานมากเกินไป

การทำงานร่วมกับนักวิจัยและผู้บริหาร

การบริหารงานจำเป็นต้องใช้ศักยภาพหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการบริหารทรัพยากรต่างๆในบริษัทหรือการบริหารทรัพยากรบุคคลในส่วนนี้เองจึงเป็นส่วนสำคัญมากๆในงานวิจัยต่างๆที่เข้ามาช่วยในการตัดสินใจหรือพิจารณาในการลงทุนต่างๆ ถ้าลงทุนต่างๆจำเป็นต้องคิดถึงผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดให้กับองค์กรต่างๆเหล่านั้นจึงทำให้ในงานวิจัยผู้บริหารต่างๆต้องพยากรณ์หรือปรับตัวเองให้เข้ากับงานบริหารต่างๆ โดยเฉพาะศักยภาพในการทำงานของผู้คนที่จำเป็นจะต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการลงทุนรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ที่นำมาตอบสนองความต้องการของผู้คน จึงเป็นความซับซ้อนอย่างยิ่งที่จะนำผลวิจัยต่างๆมาวิเคราะห์ร่วมกับการนำเสนอการบริหารต่างๆ นึกว่าจะเป็นในส่วนของโครงการหรือส่วนของงานบริหารจึงจำเป็นจะต้องมีทีมวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำงานหรือวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ รวบรวมข้อมูลในการทำงานให้ได้มากที่สุดนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ของบริษัทว่าอยู่ในสถานการณ์ไหน

ในส่วนนี้เองจึงทำให้การบริหารที่มีคุณภาพนั้นจะต้องพึ่งพางานวิจัยเป็นอย่างมาก เพื่อให้รู้เท่าทันถึงตลาดและความเป็นไปได้ในอนาคตว่าจะต้องมีการพัฒนาไปสู่ทิศทาง รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ให้ได้มากที่สุดกระบวนการวิจัยข้อมูลผู้บริโภคเหล่านี้เป็นเป้าหมายสูงสุดของบริษัทต่างๆ ที่จะนำเสนอไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับกลุ่มลูกค้า มีหลายสาเหตุที่สนับสนุนว่าผู้บริหารมืออาชีพควรมีความรู้ความเข้าใจและงานวิจัยให้กับธุรกิจ งานวิจัยต่างๆแปรผันตามสถานการณ์ต่างๆ

จึงมีความสำคัญอย่างมากที่นักวิจัยจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาและบริหารศักยภาพของผู้ที่ทำงานอยู่ในบริษัท คิดโครงการใหม่ๆขึ้นมาหรือโครงการในการพัฒนาผู้คน หาแนวร่วมเสนอโครงการต่างๆให้กับผู้บริหารได้ร่วมตัดสินใจ ประยุกต์ผลงานวิจัยให้เข้ากับรูปแบบหรือโครงสร้างของบริษัทเพื่อทำให้การแก้ไขปัญหาในการทำงาน ไปอย่างราบรื่นและไม่กระทบต่องานที่ทำอยู่ ผลงานวิจัยที่ดีจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดวิเคราะห์ในเชิงลึก เพื่อคิดข้อเสียต่างๆที่จะดำเนินไปก่อตั้งทางเลือกให้ได้มากที่สุด ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทให้ได้มากที่สุด ในส่วนนี้เองหากเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหาร 

ทำงานร่วมกับทีมวิจัยที่เหมาะสมได้จะทำให้พัฒนาศักยภาพในการทำงานหรือการวางแผนในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยให้สถานการณ์ในการดำเนินธุรกิจสามารถผ่านพ้นไปและลดความเสี่ยงในการทำงานให้ได้ดีที่สุด การดำเนินงานต่างๆที่ร่วมกับงานวิจัยและหาทางออกในส่วนของการติดตามผลตอบรับงานบริหาร จะทำให้รูปแบบของการทำงานเหมาะสมและโครงสร้างของการทำงานที่ดีให้กับผู้ที่ทำงาน จะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาคุณภาพในการทำงานและพัฒนาบุคลากรต่างๆให้มีความรู้ความสามารถมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด 

การกำหนดคนที่มีความถนัดงานแตกต่างกัน

องค์กรที่มีประสิทธิภาพองค์กรที่จัดสรรบุคลากรต่างๆ

อย่างเป็นรูปแบบไม่ว่าจะเป็นตามความถนัดต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นความเหมาะสมกับการทำงานเพราะว่าในส่วนต่างๆเหล่านี้มีผลต่อการทำงานอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น ผู้คนที่ไม่มีความสามารถไปในตำแหน่งนั้นเป็นความชำนาญต่างๆให้อยู่ตำแหน่งนั้นอาจจะทำให้งานที่ออกมา ไม่มีประสิทธิภาพหรือหน้าที่รับผิดชอบหรือทำงานออกมาได้ไม่ดีนี่เองคือความสำคัญของการวางบุคลากรต่างๆให้เหมาะสมกับงานตัวเอง มีงานมากมายภายในองค์กรต่างๆที่เหมาะสมกับตัวเองแต่ละบุคคลต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาหรือรู้ว่าตัวเองมีความสามารถเฉพาะทางอย่างไรเพื่อที่จะได้จัดสรรขนาดนั้นไปได้อย่างตรงจุดมีการจัดการของผู้คนเป็นจำนวนมากที่ต้องการเข้าไปทำงานในแต่ละแผนก แต่จะดูอย่างไรว่าใครมีความสามารถตรงไหนและมีการพัฒนาได้หรือเปล่านี่เอง

คือเป็นสิ่งที่ ผู้บริหารในแผนกต่างๆต้องมีความสามารถในการมองผู้คนเหล่านั้นให้เหมาะสมกับงานที่ทำงานแต่ละชิ้นมีการจัดการที่ไม่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นงานที่มีความถนัดเฉพาะทาง งานที่ต้องมีความชำนาญในการทำงานๆ หรือแม้แต่งานที่ต้องการประสบการณ์ในการทำงานเหล่านี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงที่จะทำให้งานเหล่านั้นออกมาได้ดี สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่ว่าจ้างบริษัทที่ว่าจ้างได้เหล่านี้คือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการจัดสังคมและนำคนไปไว้ในจุดที่เหมาะสม

หากเปรียบเทียบการให้เห็นภาพนั้นคือการที่ เรากำลังเล่นหมากรุกแล้ววางหมากกันต่างๆตามช่องที่เหมาะสมหากคุณเดินหมากของคุณไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เกมบนกระดาษนั้นคุณเสียเปรียบนี่เองคือข้อเปรียบเทียบระหว่างคู่แข่งและคนที่อยู่สนามเดียวกัน แต่การจัดการของบุคลากรต่างๆเหมือนกันอาจจะทำให้คุณเสียเปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจกับบริษัทข้างเคียงเลยก็ว่าได้ หากคุณมีการจัดการคนอย่างเป็นรูปแบบน้ำข้นที่มีคุณสมบัติต่างๆนำไปไว้ในจุดที่มีความรู้ความสามารถ จะทำให้ดึงศักยภาพในการทำงานและการพัฒนาของบุคลากรเหล่านั้นออกมาได้อย่างดียิ่ง

สมาชิกต่างๆของบริษัทจำเป็นต้องมีการวางแผนในการวางผู้คนจัดสรรคนอย่างมีระบบและเหมาะสมกับงานที่ได้ทำ มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้คนให้มาก บริษัทที่มีคนมากมายมีคนมีความสามารถอย่างหลากหลายถ้ามีการจัดการและจัดสรรยังเป็นรูปแบบก็จะดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้และคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดและก็คือตัวเจ้าของบริษัทหรือตัวบริษัทเอง นี่เองคือการดึงศักยภาพสูงสุดและการพัฒนาสดให้เหมาะสมต่อการทำงาน บางครั้งอาจจะใช้คนที่น้อยลงแต่ใช้คนที่มี ศักยภาพในการทำงานมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประโยชน์สูงสุดของบริษัท

จัดการเงินเดือนให้เหลือเก็บ

จากภาระหนี้สินมากมาย ทั้งค่าครองชีพที่สูงรวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ทำให้หลายคนเจอปัญหาคล้ายๆกันคือ “เงินเดือนไม่พอใช้”  โดยสังเกตจากการระบายความเครียดตาม Social เป็นแคปชั่นต่างๆ เช่น

“เงินเดือนยังคงที่  แต่หนี้ยังคงเพิ่ม”

“สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ”

“ศุกร์หรรษามานั่งกินมาม่าประชดเงินเดือน”

“เงินเดือนเหมือนคนไม่มีใจ…อยู่ๆก็ไป…ไม่บอกลากันสักคำ”

ระหว่างที่นั่งดราม่าเราลองหันมาปฏิวัติตัวเองด้วยการวางแผนจัดการเงินเดือนให้รอดจากสภาพเงินเดือนติดลบหรือเดือนชนเดือน และทำให้มีเงินเหลือเก็บไว้ออมเพื่ออนาคตกันดีกว่า

“ลด ละ เลิก  พฤติกรรมสิ้นเปลือง”

งดจากพฤติกรรมที่ชอบใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะช่วงเงินเดือนออกหลายคนจะแสวงหาความสุขจากการอดกลั้นมาทั้งเดือน  ดังนั้นชาวมนุษย์เงินเดือนจะใช้จ่ายอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะกิน เที่ยว หรือช้อป กระทั่งรู้ตัวอีกทีเงินในกระเป๋าหายไปครึ่งนึงขอรายได้แล้ว  ทั้งที่ยังมีรายจ่ายที่จำเป็นรออยู่และยังต้องกินต้องใช้ให้รอดอย่างไรจนถึงสิ้นเดือน ฉะนั้นควรคิดก่อนว่าสิ่งใดจำเป็นควรซื้อหรือไม่อย่างสมเหตุสมผล

 

“วางแผนการเงินทั้งเดือน”

เราควรสังเกตพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเอง เพื่อทบทวนแล้วเขียนออกมาเป็นรายการ จากนั้นให้พิจารณาความจำเป็นของแต่ละรายการว่าสิ่งไหนจำเป็น และหากสิ่งไหนไม่จำเป็นให้ตัดรายการนั้นออกไปก่อน  เมื่อสรุปรายการใช้จ่ายที่จำเป็นได้แล้วให้เราแบ่งสรรปันส่วนออกมาเป็นหมวดหมู่ เช่น เรามีรายได้ที่สรุปรับต่อเดือนจำนวน 17,000.- บาท/เดือน ให้แบ่งหมวดค่าใช้จ่ายตามนี้

  1. ค่าใช้จ่ายประจำ ( 8,500.- บาท/เดือน)
  • ค่าบ้าน
  • ค่าน้ำ
  • ค่าไฟ
  1. ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (5,500.- บาท/เดือน)
  • ค่าข้าว
  • ค่าน้ำมัน
  • ค่าโทรศัพท์
  • อื่นๆ
  1. ค่าฝากเก็บหรือเงินสำหรับออม (3,000.- บาท/เดือน)

 

เมื่อเรารู้จักการจัดการกับเงินเดือนแล้ว  ย่อมทำให้เรารู้ว่าเงินที่เหลือสำหรับไว้ใช้จ่ายต่อเดือนนั้นเหลือเท่าไหร่  และทำให้การใช้จ่ายของเรามีความรอบคอบขึ้น หากจะดีกว่านี้เราควรจดบันทึกการใช้เงินในแต่ละวันว่ามีการจ่ายหมดไปกับสิ่งใดราคาเท่าไหร่บ้าง ซึ่งจะทำให้เราสามารถทราบถึงที่มาที่ไปของการใช้จ่าย  ทั้งยังช่วยในการรู้จักควบคุมการใช้เงินของตัวเองได้

หากท่านสามารถกระทำตามที่แนะนำในเบื้องต้นได้ รับรองว่าท่านจะไม่ต้องนั่งกลุ้มกับปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้  แล้วต้องดิ้นรนหาแหล่งเงินกู้เพื่อเป็นหนี้สินจนการเงินติดลบ ตรงกันข้ามหากรู้จักถึงการจัดการกับรายได้จะสามารถทำให้เราสร้างพฤติกรรมให้รู้วิธีบริหารการเงินที่ดีและยังทำให้เรามีเงินไว้สำหรับเก็บออมเพื่ออนาคตได้อีกด้วย