การกำหนดคนที่มีความถนัดงานแตกต่างกัน

องค์กรที่มีประสิทธิภาพองค์กรที่จัดสรรบุคลากรต่างๆ

อย่างเป็นรูปแบบไม่ว่าจะเป็นตามความถนัดต่างๆ หรือแม้แต่จะเป็นความเหมาะสมกับการทำงานเพราะว่าในส่วนต่างๆเหล่านี้มีผลต่อการทำงานอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น ผู้คนที่ไม่มีความสามารถไปในตำแหน่งนั้นเป็นความชำนาญต่างๆให้อยู่ตำแหน่งนั้นอาจจะทำให้งานที่ออกมา ไม่มีประสิทธิภาพหรือหน้าที่รับผิดชอบหรือทำงานออกมาได้ไม่ดีนี่เองคือความสำคัญของการวางบุคลากรต่างๆให้เหมาะสมกับงานตัวเอง มีงานมากมายภายในองค์กรต่างๆที่เหมาะสมกับตัวเองแต่ละบุคคลต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาหรือรู้ว่าตัวเองมีความสามารถเฉพาะทางอย่างไรเพื่อที่จะได้จัดสรรขนาดนั้นไปได้อย่างตรงจุดมีการจัดการของผู้คนเป็นจำนวนมากที่ต้องการเข้าไปทำงานในแต่ละแผนก แต่จะดูอย่างไรว่าใครมีความสามารถตรงไหนและมีการพัฒนาได้หรือเปล่านี่เอง

คือเป็นสิ่งที่ ผู้บริหารในแผนกต่างๆต้องมีความสามารถในการมองผู้คนเหล่านั้นให้เหมาะสมกับงานที่ทำงานแต่ละชิ้นมีการจัดการที่ไม่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นงานที่มีความถนัดเฉพาะทาง งานที่ต้องมีความชำนาญในการทำงานๆ หรือแม้แต่งานที่ต้องการประสบการณ์ในการทำงานเหล่านี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงที่จะทำให้งานเหล่านั้นออกมาได้ดี สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่ว่าจ้างบริษัทที่ว่าจ้างได้เหล่านี้คือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการจัดสังคมและนำคนไปไว้ในจุดที่เหมาะสม

หากเปรียบเทียบการให้เห็นภาพนั้นคือการที่ เรากำลังเล่นหมากรุกแล้ววางหมากกันต่างๆตามช่องที่เหมาะสมหากคุณเดินหมากของคุณไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เกมบนกระดาษนั้นคุณเสียเปรียบนี่เองคือข้อเปรียบเทียบระหว่างคู่แข่งและคนที่อยู่สนามเดียวกัน แต่การจัดการของบุคลากรต่างๆเหมือนกันอาจจะทำให้คุณเสียเปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจกับบริษัทข้างเคียงเลยก็ว่าได้ หากคุณมีการจัดการคนอย่างเป็นรูปแบบน้ำข้นที่มีคุณสมบัติต่างๆนำไปไว้ในจุดที่มีความรู้ความสามารถ จะทำให้ดึงศักยภาพในการทำงานและการพัฒนาของบุคลากรเหล่านั้นออกมาได้อย่างดียิ่ง

สมาชิกต่างๆของบริษัทจำเป็นต้องมีการวางแผนในการวางผู้คนจัดสรรคนอย่างมีระบบและเหมาะสมกับงานที่ได้ทำ มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้คนให้มาก บริษัทที่มีคนมากมายมีคนมีความสามารถอย่างหลากหลายถ้ามีการจัดการและจัดสรรยังเป็นรูปแบบก็จะดึงศักยภาพสูงสุดออกมาได้และคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดและก็คือตัวเจ้าของบริษัทหรือตัวบริษัทเอง นี่เองคือการดึงศักยภาพสูงสุดและการพัฒนาสดให้เหมาะสมต่อการทำงาน บางครั้งอาจจะใช้คนที่น้อยลงแต่ใช้คนที่มี ศักยภาพในการทำงานมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประโยชน์สูงสุดของบริษัท

จัดการเงินเดือนให้เหลือเก็บ

จากภาระหนี้สินมากมาย ทั้งค่าครองชีพที่สูงรวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ทำให้หลายคนเจอปัญหาคล้ายๆกันคือ “เงินเดือนไม่พอใช้”  โดยสังเกตจากการระบายความเครียดตาม Social เป็นแคปชั่นต่างๆ เช่น

“เงินเดือนยังคงที่  แต่หนี้ยังคงเพิ่ม”

“สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ”

“ศุกร์หรรษามานั่งกินมาม่าประชดเงินเดือน”

“เงินเดือนเหมือนคนไม่มีใจ…อยู่ๆก็ไป…ไม่บอกลากันสักคำ”

ระหว่างที่นั่งดราม่าเราลองหันมาปฏิวัติตัวเองด้วยการวางแผนจัดการเงินเดือนให้รอดจากสภาพเงินเดือนติดลบหรือเดือนชนเดือน และทำให้มีเงินเหลือเก็บไว้ออมเพื่ออนาคตกันดีกว่า

“ลด ละ เลิก  พฤติกรรมสิ้นเปลือง”

งดจากพฤติกรรมที่ชอบใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะช่วงเงินเดือนออกหลายคนจะแสวงหาความสุขจากการอดกลั้นมาทั้งเดือน  ดังนั้นชาวมนุษย์เงินเดือนจะใช้จ่ายอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะกิน เที่ยว หรือช้อป กระทั่งรู้ตัวอีกทีเงินในกระเป๋าหายไปครึ่งนึงขอรายได้แล้ว  ทั้งที่ยังมีรายจ่ายที่จำเป็นรออยู่และยังต้องกินต้องใช้ให้รอดอย่างไรจนถึงสิ้นเดือน ฉะนั้นควรคิดก่อนว่าสิ่งใดจำเป็นควรซื้อหรือไม่อย่างสมเหตุสมผล

 

“วางแผนการเงินทั้งเดือน”

เราควรสังเกตพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเอง เพื่อทบทวนแล้วเขียนออกมาเป็นรายการ จากนั้นให้พิจารณาความจำเป็นของแต่ละรายการว่าสิ่งไหนจำเป็น และหากสิ่งไหนไม่จำเป็นให้ตัดรายการนั้นออกไปก่อน  เมื่อสรุปรายการใช้จ่ายที่จำเป็นได้แล้วให้เราแบ่งสรรปันส่วนออกมาเป็นหมวดหมู่ เช่น เรามีรายได้ที่สรุปรับต่อเดือนจำนวน 17,000.- บาท/เดือน ให้แบ่งหมวดค่าใช้จ่ายตามนี้

  1. ค่าใช้จ่ายประจำ ( 8,500.- บาท/เดือน)
  • ค่าบ้าน
  • ค่าน้ำ
  • ค่าไฟ
  1. ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (5,500.- บาท/เดือน)
  • ค่าข้าว
  • ค่าน้ำมัน
  • ค่าโทรศัพท์
  • อื่นๆ
  1. ค่าฝากเก็บหรือเงินสำหรับออม (3,000.- บาท/เดือน)

 

เมื่อเรารู้จักการจัดการกับเงินเดือนแล้ว  ย่อมทำให้เรารู้ว่าเงินที่เหลือสำหรับไว้ใช้จ่ายต่อเดือนนั้นเหลือเท่าไหร่  และทำให้การใช้จ่ายของเรามีความรอบคอบขึ้น หากจะดีกว่านี้เราควรจดบันทึกการใช้เงินในแต่ละวันว่ามีการจ่ายหมดไปกับสิ่งใดราคาเท่าไหร่บ้าง ซึ่งจะทำให้เราสามารถทราบถึงที่มาที่ไปของการใช้จ่าย  ทั้งยังช่วยในการรู้จักควบคุมการใช้เงินของตัวเองได้

หากท่านสามารถกระทำตามที่แนะนำในเบื้องต้นได้ รับรองว่าท่านจะไม่ต้องนั่งกลุ้มกับปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้  แล้วต้องดิ้นรนหาแหล่งเงินกู้เพื่อเป็นหนี้สินจนการเงินติดลบ ตรงกันข้ามหากรู้จักถึงการจัดการกับรายได้จะสามารถทำให้เราสร้างพฤติกรรมให้รู้วิธีบริหารการเงินที่ดีและยังทำให้เรามีเงินไว้สำหรับเก็บออมเพื่ออนาคตได้อีกด้วย