ข่าวพบศพหญิงสาวที่หายตัวไป 3 ปี

จากกรณีที่มีข่าวว่ามีคนพบรถยนต์นิสสัน รุ่น พัลซ่าร์ สีขาวที่จังหวัดสระบุรีนั้น

มีการรายงานข่าวว่าเหตุที่พบรถยนต์คันดังกล่าวก็เพราะว่าชาวบ้านได้ทำการสูบน้ำให้คลองสายชัยนาท-ป่าศักดิ์เพื่อเอามาใช้ในการเกษตร ซึ่งเมื่อมีการสูบน้ำไปเรื่อยๆก็เห็นล้อยางรถยนต์

ตอนแรกชาวบ้านต่างไม่ได้สงสัยอะไรเพราะคิดว่าเป็นล้อยางของพวกรถสิบล้ออาจจะกลิ้งตกลงไปในคลอง แต่เมื่อน้ำแห้งลงเรื่อยๆก็พบกับรถยนต์ทั้งคันอยู่ในน้ำจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานเอารถมาลาก รถเก๋งขึ้นมาจากน้ำ เมื่อเปิดประตูรถเข้าไปก็เจอกับโครงกระดูกและข้าวของเครื่องใช้มากมาย

ทั้งเอกสารการขายปุ๋ย  บัตรประชาชนระบุชื่อนางสาวกลิ่นเกสร วงษ์สิง อีกทั้งยังมีกระเป๋ามีเงินอยู่ในนั้นประมาณหมื่นกว่าบาท สร้อยทอง ที่สำคัญมีผ้าปูที่นอนลายจุดมัดอยู่กับโครงกระดูก สภาพภายในรถมีโคลนเต็มไปหมดและกระจกรถมีรอยแตก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานไปยังบ้านเลขที่ที่ระบุในบัตรประชาชนและพบกับแม่ของนางสาว กลิ่นเกสร

โดยระบุว่าลูกสาวได้หายตัวไป 3 ปีแล้วมีการแจ้งความเอาไว้ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ซึ่งแม่เชื่อว่าโครงกระดูกที่พบคงเป็นลูกสาวของตัวเองแน่นอน ทางด้านตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อหาเหตุการณ์ตายว่าเกิดจากากรฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุ เพราะชาวบ้านบอกว่าบริเวณที่พบศพมักจะมีรถยนต์ขับมาแล้วตกลงไปในคลองบ่อยเนื่องจากสภาพถนนที่ไม่ดีและมืด ส่วนทางแม่ผู้เสียชีวิตนั้นมั่นใจว่าเป็นการฆาตกรรม

เพราะก่อนที่นางสาวกลิ่นเกสรจะหายตัวไปได้บอกว่าจะไปหาแฟนที่อายุมากกว่าและเป็นเถ้าแก่ขายปุ๋ยแล้วก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย

เคยสอบถามไปยังเถ้าแก่แต่เขาก็บอกไม่รู้และยังบอกว่าจะไม่ตามหาแล้ว ซึ่งผิดปกติวิสัยเพราะปกติชายคนนี้จะตามหึงหวงนางสาวกลิ่นเกสรมาก และที่สำคัญตากับยายของนางสาวกลิ่นเกสรได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า ช่วงที่นางสาวกลิ่นเกสรหายตัวไปใหม่ๆ เถ้าแก่ที่เป็นแฟนของหลานสาวได้มาเยี่ยมแล้วบอกว่าหากหลานสาวตาย

เถ้าแก่จะเป็นคนดูแลตากับยายเองเพราะหลานสาวฝากเอาไว้ จึงทำให้ทั้งแม่และญาติผู้ตายเชื่อว่าเถ้าแก่ต้องรู้เรื่องกาตายของนางสาวกลิ่นเกสรแน่นอน ทางด้านตำรวจเมื่อดูจากสภาพภายในรถแล้วก็มั่นใจว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้น่าจะเป็นการฆาตกรรม ซึ่งจะต้องหารพยานหลักฐานเอามามัดตัวคนผิดให้ได้ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปถึง 3 ปีแล้วก็ตาม 

น็อต วรฤทธิ์ พาเยี่ยมชม ทะเลน้อยที่พัทลุง

น็อต วรฤทธิ์

ปกติจะเป็นคนลุยๆอยู่แล้วในสมัยเรียนก็จะไปทำค่ายอนุรักษ์กับเพื่อนเพื่อนในกลุ่มเสมอแต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลาไปทำกิจกรรมไกลๆเท่าไหร่เลยเลือกที่จะเที่ยวใกล้ๆ นั่นก็คือในประเทศไทยของเรานั่นเอง เพระาประเทศไทยยังมีที่สวยงามอีกมากมายหลายที่ ที่คิดว่าอีกหลายๆคนยังไม่รู้จัก อย่างเช่น ทะเลน้อย ทะเลสาบที่มีอันซีนเป็นทุ่งทะเลบัวแดง

ทะเลน้อย เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดพัทลุง อำเภอควนขนุน

ถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดพัทลุงและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของจังหวัดนี้มาอย่างยาวนาน ด้วยความที่ทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับ พรุควนขี้เสี้ยน (ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย) ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมน้ำและมีความสำคัญระหว่างประเทศ ทำให้ทะเลสาบทะเลน้อยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณสัตว์ป่าและนกน้ำนานาชนิด อีกทั้งยังเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีความสวยงามติดอันดับต้นต้นของเมืองไทย

สำหรับผู้ที่จะมาเที่ยวทะเลน้อยนั้น ที่ทะเลน้อยก็มีไฮไลท์สามสิ่งที่ไม่ควรพลาด 

  1. ชมนก พอที่ทะเลน้อยได้ชื่อว่าเป็นถิ่นอาศัยสำคัญของนกน้ำในบ้านเราที่มีไม่ต่ำกว่า 150 ชนิด ทั้งนกที่มีประจำถิ่นของทะเลสาบทะเลน้อย นกอพยพ  นกหายากและนกที่ใกล้สูญพันธุ์
  2. ชมบัว ทะเลน้อยมีพันบัวหลักหลักอยู่สี่ชนิด ได้แก่ บัวหลง บัวเผื่อ บัวบาน บัวสาย ( บัวสายหรือที่หลายหลายคนนิยมเรียกกันว่าบัวแดง) เป็นสายพันธุ์วบัวที่มีมากที่สุดในทะเลสาบแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนพฤษภาคม ทุกๆเช้าบัวสายจะพร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่งให้สีชมพูสดใสเกิดเป็นภาพของทะเลบัวสายหรือเรียกว่าเรียกว่าทะเลบัวแดงเต็มท้องน้ำเป็นอันซีนที่ทุกคนไม่ควรพลาด อย่างยิ่ง 
  3. ชมควายน้ำ คือเป็นควายเลี้ยงทั่วไปของชาวบ้านในละแวกทะเลน้อยแต่เมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะมีปริมาณน้ำขึ้นสูงจนท่วมทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งหากินของควายจนมิด ทำให้ควายเหล่านี้ต้องปรับตัวเปลี่ยนมากินพืชน้ำอย่างสายบัวหรือสาหร่ายแทน