ก้าวกระโดดของสังคมไร้เงินสด

ก่อนหน้านี้รัฐบาลไม่มีนโยบายที่มีการคัดค้านจากหลายฝ่ายนั่นก็คือนโยบาย ชิมชอบใช้ ที่เพิ่งออกมาและผ่านไปแล้วหลายเฟสในปัจจุบันนี่คือการก้าวกระโดดหากมองในแง่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่มองในส่วนว่าเป็นผลดีหรือผลเสียต่อสังคมเราและงบประมาณของแผ่นดินหากมองในด้านเทคโนโลยีถือว่าเป็นการก้าวกระโดดอย่างยิ่ง

เพราะหากมีการให้ผู้ใช้มากกว่า 5 ล้านคนในประเทศไทยถือว่าเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดสามารถใช้เทคโนโลยีในการรับจ่ายเงินได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าในปัจจุบันมีคนมากมายที่ขาดองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นการรับจ่ายเงินแล้วยังตามหลังประเทศที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและก็คือประเทศจีน

หรือแม้แต่จะเป็นสหรัฐเองที่ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้ก็คือการใช้เงินสดให้น้อยลงและมีการใช้จ่ายผ่านระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินค่าสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆหรือแม้แต่เป็นการที่มีการผูกกับบัตรออนไลน์และมีการหักบัตรไม่ว่าจะเป็นค่าอุปโภคบริโภคค่าน้ำที่ต้องจ่ายในแต่ละวันหรือแต่ละเดือนค่าแก๊สต่างๆรวมถึงค่าไฟค่าใช้จ่ายอื่นๆ

เช่นเข้าฟิตเนสที่มีเพิ่มสำหรับบางคนก็สามารถหักผ่านบัตรได้นี่ก็คือเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของหลายๆประเทศแล้วแต่ในประเทศไทยยังมีการเข้าใจในเรื่องนี้น้อยแต่โครงการ ชิมชอปใช้ นี้หากมองในด้านเดียวหรือ มองในมิติของเทคโนโลยีก็คือคนมากกว่า 5 ล้านคนมีความเข้าใจหรือว่าเริ่มใช้ Application นี้เป็น

เพราะว่าในการรับเงินนี้จะต้องมีการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชันต่างๆไม่ว่าจะเป็นการยืนยันตัวเองเพื่อรับเงินหรือไม่ก็จะเป็นการเข้าไปเพื่อรับสิทธิ์ในระบบต่างๆรวมถึงในตัวรัฐบาลเองก็สามารถดึงข้อมูลเหล่านั้นเข้ามาเป็นฐานข้อมูลได้ที่เขาเรียกกันว่า Big Data นั้นเองทำให้สามารถนำไปวิเคราะห์ต่างๆ

ได้ว่าพฤติกรรมการใช้เงินในระบบออนไลน์ของคนเป็น หรือแม้แต่จะเป็นแหล่งที่ควรจะใช้เงินมากเป็นพิเศษและสามารถลงเงินไปพัฒนาสถานที่เหล่านั้นได้ตอนนี้คนมากมายมีการใช้แอพพลิเคชั่นให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายเองผู้ขายเองก็มีการลงทะเบียนในการใช้แอพพลิเคชั่นเช่นกันจึงทำให้ประชาชนต่างๆมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในการใช้จ่ายในระบบออนไลน์เป็นการฝึกการใช้เงินมากยิ่งขึ้น

เราจึงถือได้ว่าในส่วนนี้เป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่หรือเป็น ก้าวครั้งใหญ่ในการที่เราจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคตให้ทันผู้นำต่างๆที่ในปัจจุบันได้ทำสำเร็จไปแล้วมากมาย หากในอนาคตมีผู้ใช้มากยิ่งขึ้นและเป็นการใช้ผ่านแอปพลิเคชันมากยิ่งขึ้นจะทำให้มีการขยายหรือพัฒนาตัวธุรกิจซื้อขายในประเทศไทยได้มาก

พ่อค้าแม่ค้าก็สามารถปรับตัวในการใช้การจ่ายชำระเงินในบัญชีได้มาก ยิ่งขึ้น ความเป็นไปได้หรือความพยายามที่จะกระจายองค์ความรู้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมากเพราะบุคคลกว่า 7 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยเริ่มมีความรู้หรือความเข้าใจในเรื่องการใช้ระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น 

 

สนับสนุนโดย   ufabet สมัครยังไง